โปรแกรมการให้บริการด้านพฤติกรรมบำบัด การวิเคราะห์พฤติกรรมแบบประยุกต์ การวิเคราะห์ทางภาษาตามคุณสมบัติเชิงหน้าที่

northlight2

พฤติกรรมบำบัด เป็นกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Modification) ซึ่่งอยู่บนพื้นฐานของทฤษฎีการเรียนรู้ทางจิตวิทยา ทั้งแบบ Classical Conditioning Operant Conditioning และ Habituation โดยมีวัตถุประสงค์ทั้งการลดพฤติกรรมที่มีปัญหา เพิ่มพฤติกรรมที่ต้องการ และส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น โดยวิธีการวิเคราะห์ พฤติกรรมอย่างมีรูปแบบตามมาตรฐาน สามารถวัดและประเมินผลของการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมได้ชัดเจน เพื่อส่งผลให้เด็กสามารถเรียนรู้ และรับรู้ได้ดีขึ้น โดยมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  1. การประเมินและการรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กในด้านต่างๆ โดยการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง และการสังเกต ซึ่่งในครั้งแรกควรทราบพื้นฐานพฤติกรรมปกติ ทั้งในด้านปฏิสัมพันธ์ และการตอบสนองระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง รวมถึงคนรอบข้าง
  2. นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  3. กำหนดจุดประสงค์ของโปรแกรม หรือการวางแผนการสอน และบำบัด
  4. กำหนดพฤติกรรมเป้าหมาย
  5. เลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับพฤติกรรม เช่น การใช้แรงจูงใจที่เป็นบวก Time-out การปรับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ไปสู่พฤติกรรมที่เหมาะสม การเลียนแบบ การแนะ การจัดแบบ เป็นต้น

   ดำเนินการตามแผนที่วางไว้ และอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ในช่วงนี้การจดข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อผู้สอนสามารถทราบถึง การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมที่ต้องการ

   สอนวิธีการฝึกปฏิบัติที่เหมาะสมให้กับผู้ปกครอง เพื่อนำไปฝึกที่บ้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการสอนมากขึ้น

   ประเมินผลอีกครั้งหลังครบกำหนด 6 เดือน เพื่อทราบถึงความก้าวหน้าของพัฒนาการอย่างชัดเจน

เพื่อวางแผนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพิ่มเติม และควรมีการติดตามผลต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดซ้ำ หากดีขึ้น จึงถอดถอนโปรแกรมออก และเริ่มกำหนดพฤติกรรมเป้าหมายใหม่ต่อไป

ในการทำพฤติกรรมบำบัดนั้น มีหลายวิธีที่แตกต่างกันไป แต่ในวิธีการหนึ่งที่ได้ผลดี โดยเฉพาะในเด็กที่อยู่ในกลุ่มอาการออทิสซึ่ม และพัฒนาการล่าช้า ซึ่งเป็นวิธีการทางการบำบัดที่ได้รับการยอมรับในทั้งสหรัฐฯ และยุโรป คือ

การวิเคราะห์พฤติกรรมแบบประยุกต์ (Applied Behavior Analysis: ABA) และการวิเคราะห์ทางภาษาตามคุณสมบัติเชิงหน้าที่

(Verbal Behavior) ที่ได้มีการคิดค้นขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1950 โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางจิตวิทยา (Evidence Based Psychological Approach) มาสนับสนุนว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง

การวิเคราะห์พฤติกรรมแบบประยุกต์ใช้วิธีการให้แรงจูงใจที่เป็นบวก โดยการสอนนั้นจะไม่ใช้การบังคับ หรือการลงโทษ