การให้บริการด้านฝึกพูดโดยผ่านทักษะการฟังและการแก้ไขการพูด

northlight8

ให้การประเมินพัฒนาการทางภาษาเบื้องต้น ในผู้ที่ใช้เครื่องช่วยฟัง และผู้ที่ผ่าตัดประสาทหูเทียมเพื่อการตั้งเป้าประสงค์ และวางแผนการสอนฝึกฟังและฝึกพูด ที่สอดคล้องกับระดับพัฒนาการรวมถึงการวางแผนร่วมกับผู้ปกครอง  เพื่อให้การฝึกพูดโดยใช้ทักษะการฟังมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น รับประเมินภาษา และมอบบริการให้คำปรึกษา

 

  • ตรวจสอบระดับการได้ยิน
  • ตรวจสอบเครื่่องช่วยฟังที่เหมาะสม
  • การวางแผนการสอน การบำบัดแบบเดี่ยว หรือแบบกลุ่ม
  • พัฒนาการใช้ภาษาและการสื่่อสาร โดยใช้เทคนิคพิเศษสำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟัง และผู้ผ่าตัดประสาทหูเทียมโดยเฉพาะ  ที่เรียกว่า Auditory-Verbal Therapy

 
เป็นแนวการบำบัดทางการพูดโดยใช้การฟัง  วิธีการนี้เป็นวิธีสอนที่เหมาะสำหรับการพัฒนาศักยภาพทางการได้ยินของเด็กแต่ละคน  ทางศูนย์ฯ มีแนวทางการบำบัดทางการพูดโดยใช้ทักษะการฟัง ซึ่งมีพื้นฐานมาจากเหตุผลและหลักการในการช่วยให้เด็กหูหนวก หูตึง รู้จักวิธีใช้ทักษะการฟัง แล้วสามารถนำมาจัดระบบการเรียนรู้ภาษาพูดได้ด้วยตนเอง  แล้วใช้ภาษาพูดนั้นได้เหมาะสมตามพัฒนาการและสถานการณ์ต่างๆ
  โดยมีเป้าหมายของการบำบัดทางการพูดโดยใช้ทักษะการฟัง คือ  การมุ่งหวังให้เด็กหูหนวกหรือเด็กหูตึงเติบโตขึ้นในสภาพการเรียนรู้ตามปกติ  และมีชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อม และสามารถพึ่งพาตนเอง เป็นประชาชนอยู่ร่วมกับคนส่วนใหญ่ของสังคม

หลักการสอนต้องอาศัยการพัฒนาแบบระยะยาว

การสอนและการพัฒนาทักษะในการพูดโดยใช้การฟังให้แก่เด็กนั้น  ผู้ฝึกสอนมีเป้าหมายในการฝึกให้เด็กที่ได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม และ ผู้ที่ใช้เครื่องช่วยฟัง ได้ฝึกการฟังในระดับต่างๆ  และคิดกิจกรรมให้สอดคล้องกับระดับการฟังที่เป็นการพัฒนาการฟังของเด็กเพื่อ ให้เด็กได้ฝึกทักษะการฟังให้เป็นไปตามลำดับขั้น ตามพัฒนาการ หรือการเกิดขึ้นตามลำดับของการฟังของมนุษย์
ในลำดับของการฟังนั้น แบ่งเป็น 8 ขั้น  และลำดับพัฒนาการจะเป็นไปในรูปแบบที่ต้องอาศัยการพัฒนาแบบระยะยาว คือ

  • การกระตุ้นรู้ว่ามีเสียง (awareness of sound)
  • เสียงทุกเสียงมีความหมาย (sound has meaning)
  • การฟังในระยะเริ่มต้น-วงจรของการพูด (early listening -->  talking loop)
  • การจำแนกเสียง (discrimination)
  • การรู้จักที่มาของเสียง (localization skills)
  • ระยะทางและการฟังเสียงจากทิศทางต่างๆ (distance and directional listening)
  • การฟังเสียงจากสภาพการณ์ที่มีเสียงรบกวน (listening in background noise)
  • การจำจากการได้ยินและการเรียงลำดับ (auditory memory and sequencing)


เพื่อให้การสอนมีประสิทธิภาพ  การจัดการเรียนการสอนฝึกพูดโดยใช้ทักษะการฟัง  จึงเน้นให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกพูด และสามารถนำหลักการการฝึกไปสอนที่บ้านเพื่อความต่อเนื่อง  นักฝึกฟัง ฝึกพูด จะทำการวินิจฉัยและประเมินปัญหาอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้แนวทางในการฝึกนั้นได้ผล และมีประสิทธิภาพ  เด็กที่ใช้เครื่องช่วยฟัง และผู้ที่ผ่าตัดประสาทหูเทียมนั้นสามารถเรียนรู้การใช้ภาษาผ่านทักษะการฟัง  หลักสูตรการฝึกนั้นจะขึ้นอยู่กับระดับความสามารถของเด็กแต่ละคน  โดยนักฝึกฟัง ฝึกพูด จะทำการวิเคราะห์กิจกรรมที่เหมาะสมกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน

โปรแกรมการฝึกพูดโดยนักแก้ไขการพูด

นักแก้ไขการพูดเป็นผู้ที่มีบทบาทและหน้าที่ในการวินิจฉัยความผิดปกติทางภาษาและการพูด ทดสอบความสามารถทางภาษา แยกประเภทความผิดปกติชนิดต่างๆ เกี่ยวกับพัฒนาการทางภาษาและการพูด เพื่อให้การบำบัดรักษา แก้ไข และฟื้นฟูสมรรถภาพทางภาษาและการพูดผู้ที่ควรมาพบนักแก้ไขการพูด คือ  ผู้ใหญ่หรือเด็กที่พูดไม่ได้  พูดไม่ชัด เสียงผิดปกติ  ปากแหว่งเพดานโหว่  ประสาทหูพิการ  จังหวะการพูดผิดปกติ ผู้ป่วยที่ตัดกล่องเสียง  ผู้ป่วยสมองพิการ และผู้ที่มีความบกพร่องด้านพัฒนาการ เด็กที่ไม่พูดเมื่ออายุครบ 2 ปี  ควรมาพบนักแก้ไขการพูด  เพื่อประเมินและ วินิจฉัยปัญหา  รวมทั้งแนะนำการกระตุ้นภาษาและการพูดแก่ผู้ปกครอง เพื่อนำไปปฏิบัติ  ส่วนเด็กที่พูดไม่ชัด ควรได้รับการประเมินโครงสร้างอวัยวะในปาก  ประเมินเสียงที่พูดไม่ชัด  และฝึกฟังแยกเสียง และใช้อวัยวะในการเปล่งเสียงสระ และพยัญชนะต่างๆ ให้ถูกต้องนอกจากนี้เด็กที่มีประสาทหูพิการ  ควรได้รับการพบแพทย์ เพื่อตรวจการได้ยินและ พบนักแก้ไขการพูด เพื่อฝึกออกเสียงพูด  แก้ไขการพูดไม่ชัด  เสียงผิดปกติ และจังหวะการพูดผิดปกติ เด็กที่มีพัฒนาการภาษาและการพูดล่าช้า  เนื่องจากปัญหาด้านพัฒนาการ เช่น ออทิสติก  สมาธิสั้น  ดาวน์ซินโดรม  สมองพิการ  จะพบว่าเด็กเหล่านี้มีภาษาที่ไม่สมวัย มีความล่าช้า และมักมีความบกพร่องทางด้านสังคม อารมณ์และพฤติกรรม  หรือบางคนอาจไม่พูดเลย  บ้างจะมีการพูดเลียนแบบ หรือบ้างจะพูดภาษาของตนเอง ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ  มีนักแก้ไขการพูดมอบการช่วยเหลือ การกระตุ้นพัฒนาการทางด้านภาษาและการพูด ของเด็กที่มีพัฒนาการและการพูดล่าช้าให้สมวัย  หรือในเด็กที่มีความบกพร่องเกี่ยวกับพัฒนาการด้านภาษาและการพูด ให้เป็นไปตามลำดับขั้นของเด็กปกติ 

การฝึกพูดจะเน้นในเรื่ององค์ประกอบทั้ง 5 ด้านของภาษา คือ

  • การออกเสียง
  • อภิมหาภาษาศาสตร์
  • คลังคำศัพท์
  • โครงสร้างประโยค
  • ทักษะการใช้ภาษาในสังคม

โปรแกรมการบำบัดฟื้นฟูได้แก่

  • ให้บริการฝึกพูดสำหรับเด็กที่มีอาการพูดช้า
  • ให้บริการแก้ไขการพูด พัฒนาการพูดและภาษา
  • พัฒนาการควบคุมอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ